AVATAR 3D (Review)
posted on 03 Jan 2010 02:31 by kaokub in Movie
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า หนังที่ตัวเองชอบมากที่สุดคือ ไททานิค ผลงานของ ผกก.เจมส์ คาเมรอน ซึ่งก็คือ ผกก. Avatar นี่เอง ทำให้มีแรงจูงใจที่อยากจะดูเป็นอย่างยิ่ง และเชียร์เต็มที่สำหรับตำแหน่งหนังทำเงินตลอดการ ว่าจะสามารถมาโค่นหนังสุดคลาสสิคอย่าง ไททานิค ได้หรือไม่?
หลังจากที่รอคอยกันมาเป็นเวลานาน AVATAR ก็ได้ฉายสู่สายตาชาวโลกเสียที ตลอดเวลาก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉาย กระแสต่างๆเริ่มออกมาเป็นระยะ แรกๆอาจยังไม่ทุ่มเทโปรโมตมากเท่าไร ยิ่งในไทย แทบจะไม่มีใครรู้จักหนังเรื่อง Avatar หรือชื่อไทยที่ว่า อวตาร หลายคนยังงงๆ ว่ามันคือหนังอะไร ถ้าไม่ใช่คนที่ติดตามวงการหนังมาตลอด จนได้มีการปล่อยตัวอย่าง ภาพของหนังเรื่องนี้ออกมา เริ่มปลุกให้กระแสมีการพูดถึงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคนิคการสร้าง ระยะเวลาการสร้าง และที่สำคัญความเ้ป็น CG ในรูปแบบ 3D ที่เป็นที่จับตามองว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ดูกัน
17 ธันวาคม 2552 กำหนดเข้าฉายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เป็นที่คาดไว้ โรงหนังหลายๆเครือ บนหน้าจอแสดงรอบฉาย เต็มไปด้วย Avatar แทบทุกโรงในสาขาๆนั้น วันแรกไม่พลาดแน่นอน ลงทุนไปดูถึงรัตนาธิเบศร์ ที่ เอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย ประเดิมโรงภาพยนตร์ใหม่ MMAX Theatre กับ Avatar 3D ตั้งใจว่ายังไงรอบแรกคงไม่สามารถเก็บรายละเอียดของหนังได้ทั้งหมดแน่ๆ คงต้องไม่ต่ำกว่า 2 รอบ
ช่วงเวลาที่เข้าไปในโรงหนัง ตลอดเวลา 2 ชม.45 นาที เหมือนได้เข้าไปอีกโลกหนึ่ง แทบไม่ค่อยรู้สึกแบบนี้ในช่วงเวลาดูหนังที่ผ่านๆมา Avatar ถึงแม้หนังจะยาว (แต่ก็ไม่เท่าไททานิค) มันก็ไม่ทำให้่ผมหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูระหว่างหนังฉายเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เจมส์ ถือว่าพยายามเขียนบทให้คนดูสามารถเข้าถึงหนัง เข้าใจในตัวละคร และเรื่องราวการดำเนินเรื่องได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้คอหนังนอกกระแส หรือพวกชอบคิดซับซ้อน ซ่อนเงื่อน หลับ!! หรือเย็นชา ไปกับหนังเรื่องนี้ได้ แต่ผมคิดว่า แม้หนังจะทำออกมาเป็นหนังตลาด สูตรสำเร็จของหนังเป็นไปตามการคาดเดาของผู้ชม แต่มันไม่ทำให้ดูด้อยไปเลย เมื่อไปดูรายละเอียดในส่วนอื่นๆ แทบจะลืมข้อด้อยตรงนี้ไป ทั้ง CG ในระดับเทพ ความเป็น 3D ที่แตกต่างกับเรื่องอื่นๆ เน้นให้คนดูเข้าไปในหนัง มากกว่าที่หนังจะออกมาหาคนดู (ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่าทำไม หนังไม่ค่อยมีฉากเป็น 3D โผล่ๆมานอกจอ) เจมส์ได้ประสานเรื่องราวเข้าด้วยกันโดยไม่ขัดแย้งกับอารมณ์คนดู ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มีที่มาที่ไป และเหตุผลของมันเอง
ความสวยงามของฉากในดาวแพนดอรา โอ้...สุดคำบรรยาย ฝันไปหรือนี่! แทบอยากลุกออกเก้าอี้ วิ่งเข้าไปในจอ ตระการตาจริงๆ
ฉาก Action ก็ไม่แพ้ ไม่เป็นรองใคร มีให้ลุ้นให้ตื่นเต้น ไม่ยืดยาดเหมือนหนัง Action บางเรื่อง ไม่รู้คนอื่นจะนึกเหมือนผมป่าว ฉากที่ Home Tree โดนล้ม ภาพในหัวนึกถึงฉากปล่องควันเรือไททานิคโค่นล้มทับผู้คนมากมาย ดูแล้วสะเทือนใจสุดๆ
แม้ตัวละครอาจจะดูแปลกตาไปบ้าง แต่ก็สื่อในเรื่องของความรักออกมาได้ดี แรกๆก็ยังนึกอยู่ว่า ชาวนาวีจะสามารถทำให้คนดูสัมผัสถึงอารมณ์ตามได้มั้ย แต่เจมส์ สามารถสร้างคาเรคเตอร์และการแสดงออกมาให้คนดูเห็นถึงอารมณ์ได้จริงๆ จนดูแล้วทำให้ชาวนาวี ดูน่ารักทันที
นักแสดงนี่ต้องนับถือ แต่ละคนเล่นได้เหมาะสมกับบทบาทของตัวเอง แต่แอบน่าสงสารนางเอกเล็กน้อย ที่ทั้งเรื่องเล่นเป็นชาวนาวี ทำให้หลายคนไม่ได้เห็นหน้าจริงๆ แต่หลายคนคงคุ้นกับเธอ นางเอกจาก StarTrek นั่นเอง
ระบบ network บนดาวแพนดอรา นี่เป็นอะไรที่ชอบมาก สามารถถ่ายทอดให้เห็นความสอดคล้องการดำเนินชีวิตในธรรมชาติกับโลกปัจจุบันได้อย่างเข้ากัน จนอยากให้มีระบบเชื่อมสายสัมพันธ์กันแบบในหนังบ้าง การสื่อสารคงง่ายขึ้น
ข้อคิดสำหรับหนังเรื่องนี้ คงทำให้หลายๆคนมองย้อนกลับไปถึงตัวเอง ยิ่งปัจจุบันการลุกลามสิทธิและการบ้าอำนาจทำให้โลกต้องสูญเสียอะไรๆดี ไปหลายสิ่งหลายอย่าง ของมีค่าไม่เพียงแค่แปรสภาพเป็นเงินตรา แต่มันคือชีวิตของใครอีกหลายๆคน
ภาพรวมของ Avatar ยอมรับว่าสมกับการรอคอยสำหรับผม และดูแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงสถิติวงการหนังได้ แต่อาจถูกจำกัดในหลายๆด้าน ทั้งโรงฉาย เพราะหนังเรื่องนี้มีหลายรูปแบบ 2D 3D IMAX3D ทำให้คนดูคิดมากหน่อยว่าจะดูแบบไหนดี รายได้เปิดตัวจึงไม่มากนัก แต่รับรองว่าหนังเรื่องนี้โกยเงินระยะยาวแน่ ด้วยกระแสปากต่อปากที่ต่างออกมาชื่นชม เชื่อว่าหลายๆคน ดูเกิน 2 รอบ ผมคนนึงที่ดูแบบ Digital 3D แล้ว กลับไปดู IMAX อีกรอบ เป็นการสัมผัสความอลังการเต็มรูปแบบตามที่ คาเมรอน ต้องการเป็นจุดขายหนังเรื่องนี้ รับรองคุ้มค่ากับค่าตั๋ว สำหรับใครมีโอกาสดูแบบ 3D หรือ IMAX แนะนำให้ไปดู ถ้าเกินความสามารถดูแบบ 2D ก็สนุกเหมือนกัน นานๆ ที่จะได้เห็นหนังแบบนี้...
"I See You" ประโยคเด่นนี้ คงติดหูกัน และกลายเป็น Soundtrack ที่กำลังมาแรงไม่แพ้ My Heart Will Go On
หลังจากนี้รอลุ้นตำแหน่งหนังทำเงินอันดับ 1 ตลอดกาล และจะโกยรางวัลจากสถาบันใดได้บ้าง.....
แม้ว่าสมัยนี้ที่มีทั้งสื่ออินเตอร์เน็ต ซีดีเถื่อน และบิทเทอร์เรนท์ที่มีให้โหลดหมดทุกอย่าง...แทบไม่ฉุดรายได้ลงไป เพราะรับรองหากดูแบบหนังซูม ก็เหมือนกับไม่ดู Avatar เจมส์ แคมรอน สร้าง Avatar มา่เพื่อดำเนินรอยตาม Titanic เหมือนสมัย 12 ปีก่อนที่ Titanic เข้าฉาย ถ้าจะโค่นแชมป์คราวนี้ ก็ยอม!!!
เอาไปเลย 10/10 ....
อัพเดตรายได้ ที่ http://boxofficemojo.com/movies/?id=avatar.htm














